Article

3 เทรนด์มาแรงแห่งวงการสมาร์ทโฟนไทย/โลก ในปี 2018

3-smartphone-trends-to-out-for-in-2018

เทคโนโลยีสายไอทีนั้นก้าวไวกว่าวงการอื่นเสมอ โดยเฉพาะในวงการมือถือซึ่งในปีใหม่ 2018 นี้ก็คงจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดใหม่ หรือฮิตขึ้นมาอีกหลากหลาย ผมเลยจะขอชี้เป้าเทคโนโลยีที่อาจจะไม่ได้ใหม่ถอดด้าม แต่เพิ่งเริ่มได้ไม่นานนัก และส่งสัญญาณว่าอาจจะพุ่งทะยานมาแรงสุดๆ ได้ในปี 2018 นี้ก็เป็นได้ นั่นคือ QR Code Payment, Biometrics Authentication, และ Mobile A.I.

ซื้อของและรับจ่ายด้วย QR Code กันทั่วไทย

QR Code pay

การใช้มือถือจ่ายเงินได้ฮิตขึ้นมากในไทยด้วยระบบ QR Code ซึ่งปลายปี 2017 ที่ผ่านมาเป็นช่วงแจ้งเกิด และน่าจะฮิตสุดๆ ในปีใหม่ 2018 นี้ ผู้ให้บริการหลักก็คือธนาคารทั้งหลาย รวมถึงบริษัทบัตรเครดิต ที่จะออกรหัส QR Code ให้ทางร้านค้าติดไว้ในร้านส่วนฝ่ายผู้ซื้อ ก็ต้องโหลดแอพฯ Mobile banking ของธนาคารที่ตัวเองมีบัญชีอยู่ จากนั้นเมื่ออยู่ในร้านแล้ว ก็สามารถเปิดมือถือ เปิดแอพฯ ของธนาคารนั้นๆ แล้วเล็งไปบนแผ่นป้ายเป็นการจ่ายเงินได้เลย

ฉะนั้นในป้าย QR ก็จะมีข้อมูลร้านค้าผู้รับเงินและข้อมูลราคาสินค้าอยู่นั่นเอง แล้วเงินจะโอนจากบัญชีธนาคารนั้นๆ ของลูกค้า เข้าไปยังบัญชีของผู้ขาย

ความสะดวกก็คือฝ่ายลูกค้าไม่ต้องพกเงินสดมากๆ ไม่ต้องหยิบบัตรเครดิตหรือเดบิตออกมาให้พนักงานรูด ไม่ต้องเซ็นชื่อ ส่วนฝ่ายผู้ขายก็ไม่ต้องเสี่ยงเก็บเงินสดไว้ที่ร้านมากๆ และไม่ต้องเสียเวลาเอาเงินไปเข้าธนาคาร

This slideshow requires JavaScript.

ส่วนประเด็นความปลอดภัยนั้นก็ต้องอาศัยรหัสผ่าน Password ในการเข้าแอพฯ ของธนาคาร, และอาศัยการมี PIN code เมื่อจะจ่ายเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นที่เก็บมือถือไปนั้นเอาไปใช้จ่ายซื้อของได้

และเหนืออื่นใด ในเมื่อมือถือทำอะไรได้มากขึ้นเรื่อยๆ การปลดล็อคหน้าจอก็ควรจะต้องปลอดภัยขึ้นกว่าเดิม เช่นต้องกดรหัส วาดเส้น ใช้ลายนิ้วมือ หรือใช้ใบหน้า (Face ID) กันแล้วแต่รุ่นมือถือที่ใช้

ฝ่ายร้านค้าเองก็ต้องระวังเช่นกัน เพราะเคยมีมาแล้วในจีน ที่มีแก๊งทำป้าย QR Code ปลอมเป็นบัญชีตัวเอง ไปตระเวนแอบแปะทับป้ายของร้านค้าเล็กๆ ต่างๆ อย่างแนบเนียน ทำให้ร้านเล็กๆ ที่น่าสงสารเหล่านั้นขายของได้เท่าไหร่ก็ไม่ได้เงิน เพราะแก๊งมิจฉาชีพนั้นรับไว้เองหมด

เทรนด์ QR Code Payment นี้ในจีนแพร่หลายสุดๆ มาก่อนหลายปี ส่วนในไทยก็คาดกันว่าจะฮิตในปีใหม่ 2018 นี้ไม่น้อย

 

ปลดล็อคจอมือถือ และยืนยันตัวตนในแอพฯ และธุรกรรมต่างๆ ด้วยอวัยวะในร่างกาย (Biometrics Authentication)

นี่เป็นเทรนด์ระดับโลกที่เห็นกันมาพักใหญ่ เริ่มจากที่มือถือรุ่นใหม่ๆ ให้ปลดล็อคหน้าจอด้วยลายนิ้วมือ เพื่อความสะดวกไม่ต้องรูดปัดหน้าจอ และไม่ต้องจำไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่าน และเพื่อความปลอดภัยคนอื่นเข้าใช้มือถือเราไม่ได้

จากนั้นก็เริ่มมีมือถือบางรุ่นที่ให้ปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า (Face ID) ได้ หรือไม่ก็ใช้ลักษณะม่านตา (IRIS Scan) ช่วยเพิ่มความสะดวกไปอีกขั้น โดยเฉพาะในเมืองหนาวที่คนส่วนใหญ่ต้องใส่ถุงมือจึงไม่สะดวกต่อการสแกนลายนิ้วมือ

การสแกนทั้งหลายนี้เริ่มมีบทบาทมากกว่าการปลดล็อคหน้าจอแล้ว โดยก้าวไปถึงการใช้ยืนยันการซื้อของหรือจ่ายเงินผ่านมือถือ เช่นที่ทางแอปเปิลเริ่มทำกับ FaceID แล้ว

โดยรวมแล้วมือถือรุ่นใหม่ๆ และแอพใหม่ๆ ในปี 2018 นี้เป็นต้นไป น่าจะพากันรองรับการยืนยันตัวตนแบบ Biometric ในเรื่องต่างๆ มากมายและหลากหลายขึ้น

 

Mobile A.I. (Artificial Intelligence) หรือ Machine Learning

นี่เป็นเทรนด์ระดับโลก ที่เกิดขึ้นแล้วในมือถือรุ่นใหม่ๆ, OS ใหม่ๆ, แอพใหม่ๆ, รวมถึงอุปกรณ์เสริมใหม่ๆ ซึ่งจะมีผลมาถึงในไทยด้วยแน่นอน

สำหรับวงการมือถือแล้ว “ปัญญาประดิษฐ์” หรือ A.I. คือการที่ระบบและแอพฯ ต่างๆจะช่วยเราทำทุกสิ่ง และจัดการทุกอย่างได้ “เป๊ะ” ขึ้น โดยออกแรงน้อยลง เสียเวลาน้อยลง

ตัวอย่างเช่นเมื่อเราถ่ายรูปแล้วเลือกเซฟ เจ้าระบบ A.I. ในแอพฯ นั้นก็จะรู้เลยว่าในรูปนั้นมีเราอยู่ด้วย และมีน้องหมาด้วยหนึ่งตัว แล้วก็ถามเราว่าจะสร้างอัลบั้มน้องหมามาเก็บรูปนั้นมั้ย ? หรือจะเก็บไว้ในอัลบั้มเราเองเลย

ซึ่งเมื่อเราตอบไปสักครั้งสองครั้ง เช่นตอบว่าให้เก็บไว้ในอัลบั้มน้องหมา ต่อไปมันก็จะเรียนรู้แบบ “Machine learning” แล้วเก็บรูปนั้นๆ ไว้ในอัลบั้มน้องหมาอัตโนมัติจนกว่าเราจะสั่งเปลี่ยนแปลง

สาเหตุที่ซอฟต์แวร์เก่งขนาดแยกแยะสิ่งต่างๆ ในรูปได้เอง ก็เพราะทางเจ้าของแอพฯ ได้ใช้ระบบ “Machine learning” โดยหารูปตัวอย่างจำนวนมหาศาลรับหมื่นๆ แสนๆ หรือล้านๆ รูป มาให้ระบบมันเรียนรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แล้วจากนั้นมันก็จะแยกแยะได้เอง

A.I. จะเก่งแค่ไหน ก็ขึ้นกับว่าได้ “Train” มันหนักแค่ไหน เช่นให้มันดูรูปมากแค่ไหน ? และใช้ซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพสอนมันหรือเปล่า? เป็นต้น

 

A.I. ในมือถือไม่ได้มีแค่ในแอพฯ จัดการรูป แต่จะช่วยทั้งการรับคำสั่งด้วยเสียง โดยสามารถแยกแยะเสียงเราและเสียงคนอื่นๆ ได้หรือการแนะนำเพลงใหม่ๆ ที่เราน่าจะชอบ โดยดูจากเพลงเดิมๆ ที่เราชอบฟัง รวมถึงการปรับแต่งหน้าจอทั้งความสว่าง ไอคอน และสิ่งต่างๆ ให้เอง โดยดูจากพฤติกรรมการปรับของเราเป็นต้น

(ตัวอย่างมือถือ-ai-technology)-huawei_mate_10_pro_re

ตัวอย่างมือถือ AI technology huawei mate 10 pro

กระแส A.I. ในมือถือและแอพฯ ต่างๆ นี้เริ่มมีให้เห็นชัดในปี 2017 ที่ผ่านไป และน่าจะแพร่หลายไปแทบทุกรุ่นมือถือ ทุกระบบ และทุกแอพทั่วฯ โลกในปี 2018 นี้

 

Credit ภาพ :

www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/FinTech

www.nanalyze.com/2017/03/biometric-authentication-body-evidence

www.techugo.com/blog/app-development-artificial-intelligence

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top