Application

ปรับจังหวะการวิ่งสนุกๆ ไปกับจังหวะเพลงด้วย PaceDJ

การคุม Pace นอกจากจะต้องใช้เวลาในการทำให้ร่างกายชินที่ความเร็วนั้นๆ และสำหรับการควบคุม Pace ให้ดีๆ นั้น ขอแนะนำ PaceDJ บน iOS ครับ

คุณ Mark แห่ง Facebook ก็ได้ประกาศแคมเปญชื่อ A Year of Running เป็นการส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยการวิ่งทางนึงกันเลยทีเดียวครับ

และสำหรับนักวิ่งหน้าใหม่นั้นจะมีคำถามมากมาย ว่า วิ่งอย่างไร, คุมจังหวะการวิ่งอย่าง, ทำไมเหนื่อยจัง, วิ่งได้ กม. เดียวก็เหนื่อยแล้ว หลายสิ่งหลายอย่างจะมาพร้อมกับการเริ่มต้นออกวิ่งครับ สิ่งแรกเลยที่อยากจะแนะนำในการเริ่มวิ่งคือ นอกจากหารองเท้าที่ใส่ได้สบายเท้าแล้ว อีกสิ่งหนึ่งก็คือการควบคุมจังหวะและความเร็วในการวิ่งครับ

โดยทั่วไปหน่วยของการวัดความเร็ว จะเป็น ระยะทาง/เวลา ที่นิยมใช้กัน คือ ไมล์/ชม. หรือถ้าเป็นที่บ้านเราก็คือ กม./ชม. แต่สำหรับการวิ่งแล้วจะนิยมใช้ นาที/รอบ ด้วยครับ โดยรอบนั้นจะกำหนดเป็นระยะทางเช่น 400 ม. หรือถ้ามาตรฐานก็ 1 กม. เวลาที่วิ่งเสร็จแล้วจะดูกันว่า Pace เท่าไร เช่น Pace 6 นาที/กม. เราวิ่งได้ 5 กม. ก็คือใช้เวลาไป 6×5 = 30 นาทีนั่นเองครับ

การคุม Pace นอกจากจะต้องใช้เวลาในการทำให้ร่างกายชินที่ความเร็วนั้นๆ เพื่อให้ได้ Pace ตามที่ต้องการแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะใช้เสียงเพลงเข้ามาช่วยด้วยครับ วิ่งในจังหวะที่เพลงช้าๆ ก็วิ่งช้า ถ้าเร็วก็เพิ่มความเร็วตามความสนุกของจังหวะเพลงนั่นเอง และสำหรับการควบคุม Pace ให้ดีๆ นั้น ขอแนะนำ PaceDJ บน iOS ครับ
01

ได้รับการแนะนำจากหลายสำนักเลยครับ

02

ทำการติดตั้งแล้ว เปิดมาเจอหน้าจอต้อนรับ พร้อมคำอธิบายการใช้งานเบื้องต้น

04 05

ใช้แล้วสนุกกว่าจริงๆ นะ Better Workouts!

06 07

เลือกกิจกรรมของที่เราต้องการได้ 3 รูปแบบคือ วิ่ง, เดินและปั่นจักรยาน

08

เลือกระดับการออกกำลัง และเลือกเพศ

09 10

จากนั้นเลือกส่วนสูงและอายุ จะได้ปรับระดับจังหวะได้เหมาะสม

11 12

เลือกระดับความฟิตและจังหวะการวิ่ง

13 14

เข้าระบบของ PaceDJ กันหน่อยครับ ถ้าเอาสะดวกก็เข้าระบบจากเฟซบุ๊คเลย

15 16

จากนั้น PaceDJ จะประเมิน BPM หรือ Beats Per Minute ออกมาให้

17

เราสามารถปรับแต่ง BPM ได้ครับ

18

มี BPM Shifting ด้วยครับ โดยจะเปลี่ยนจังหวะของเพลงให้เหมาะสมกับ BPM ของเรา

19

มีคำแนะนำการใช้งานเล็กน้อย เช่น แนะนำให้ดาวน์โหลดเพลงมาไว้ในเครื่องและเหมาะกับการใช้กับที่รัดแขน

20 21

อนุญาตให้ PaceDJ เข้าถึงตำแหน่งของเราด้วยนะครับ

22ในส่วนของ Settings ใช้ในการกำหนดค่าการใช้เพิ่มเติมอีกเล็กน้อยครับ เช่น เลือกเปลี่ยนกิจกรรมของเราได้, ปรับจังหวะเป็นแบบสองเท่าหรือครึ่งนึงได้, สุ่มเพลงได้โดยไม่เล่นเพลงตามลำดับ, ใช้งาน BPM Shifting และเลือกระดับการ Shift ได้

23

ต่อมาคือ Playlist เลือกเพลงใส่ Library, และที่น่าสนใจคือ วัด Pace ของเราได้

24

มีบันทึกเป็นประวัติการใช้งานด้วยครับ

25

เลือกระดับช่วงกิจกรรมของเรามี 3 ระดับให้เลือก

26

ใช้เวลานานเท่าไร? เลือกให้เหมาะสมครับ

27

กำหนดช่วงการออกกำลังได้

28

เมื่อเรียบร้อยหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใส่เพลงใน Library และกำหนดค่าการใช้งานก็เริ่มกันเลยครับ เป้าหมายเริ่มต้น 150 BPM, workout อยู่ในช่อง Warm Up

29

เมื่อเริ่มเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ Pace ก็เริ่มเพิ่ม, ระยะทางก็เพิ่มตาม และ BPM เริ่มปรับครับ เราสามารถปรับลด BPM ได้ด้วยตัวเราเอง ถ้าจังหวะไม่ถูกใจ โดยการแตะเลือกที่ลูกศรชี้ขึ้น/ลง

30

เมื่อกดปุ่มหยุด (ปุ่มสี่เหลี่ยม) จะมีเมนูให้เราเลือก

31

ทำการบันทึกเอาไว้

33 34

พร้อมทั้งมีปุ่มให้เลือกแชร์บนเฟซบุ๊ค

32

จากที่ได้ทดลองใช้งานแล้วพบว่าช่วยให้การออกกำลังกายของเรานั้นมีความเร้าใจเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยครับ จากที่เคยไปแบบเงียบๆ เรียบ เมื่อมีจังหวะที่เร้าใจมาช่วยกำกับให้เราก็ช่วยเพิ่มความสนุก และช่วยให้เราเคลื่อนที่ไปได้เร็วขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าเหนื่อยเร็วขึ้นอีกหน่อย

ถ้าอย่างไรแล้วปรับ BPM ลงมาให้เหมาะสมจะได้ออกกำลังกายได้แบบเรื่อยๆ ไม่หักโหมครับ มาเริ่มต้นออกกำลังกายกันตั้งแต่ต้นปี และทำให้ต่อเนื่อง เพื่อสุขภาพที่ดีของเราครับ อย่าลืมว่า สุขภาพดีไม่มีขาย ต้องออกกำลังกายและดูแลตัวเองครับ สุขภาพดีกันถ้วนหน้านะครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top
error: Content is protected !!